หลังความปราชัยคาบ้านต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ แบบน่าเสียดาย มิเกล อาร์เตต้า ต้องนำทีมลุยเกมหนักอีกนัด

อาร์เซน่อล ออกสตาร์ตฤดูกาลนี้ด้วยการเล่นระบบ “หลัง 3” ที่ทำได้ดีในช่วงท้ายฤดูกาลก่อนที่ได้แชมป์เอฟเอ คัพ มาครอง แต่หลังพ่าย ลิเวอร์พูล 1-3 เมื่อปลายเดือนกันยายน มิเกล อาร์เตต้า ก็ปรับมาเล่น “แบ็กโฟร์” อีกรอบ 5 นัดติดต่อกันเพราะผู้เล่นในตำแหน่งเซนเตอร์ฮาล์ฟผลัดกันเจ็บ ตัวเลือกจึงมีนัอย

แต่นัดล่าสุดในเกมยูโรปา ลีก ที่ชนะ ดันดอล์ค 3-0 อาร์เตต้า กลับไปใช้ระบบหลัง 3 อีกรอบ แถมมีเซอร์ไพรส์ตรงที่ส่ง กรานิต ชาคา ลงเล่นเป็นสวีปเปอร์ตัวสุดท้าย ขนาบข้างด้วย ชโคดราน มุสตาฟี่ และ เซอัด โคลาซินัช

นอกจากนี้ในช่วงท้ายเกม โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ ก็เป็นอีกคนที่ถูกถอยลงไปยืนเซนเตอร์ตัวสุดท้ายหลังถอด ชาคา ออกไปพัก การทดลองใช้ ชาคา และ เอลเนนี่ ลงเล่นในตำแหน่งกองหลังตัวสุดท้ายเป็นเหมือนการเตรียมทางเลือกให้ตัวเองสำหรับ อาร์เตต้า หากว่าต้องเล่นระบบ “หลัง 3”

อาการบาดเจ็บของ ดาวิด ลุยซ์ ในเกมกับ เลสเตอร์ ส่งผลต่อความปราชัยคาบ้านของทีมไม่น้อยเพราะ ชโคดราน มุสตาฟี่ ที่ลงมาเล่นแทนยืนตำแหน่งไม่ดีและเพิ่งลงสนามเป็นนัดแรกของฤดูกาลหลังเจ็บไปนาน 3 เดือน ลุยซ์ ฟิตไม่ทันในเกมยูโรปา ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา และต้องรอลุ้นความฟิตอีกทีสำหรับเกมเยือน โอลด แทร็ฟฟอร์ด วันอาทิตย์นี้

หาก ลุยซ์ พร้อมลุย เขาจะได้ลงตัวจริงแน่นอนไม่ว่าจะเป็นระบบแบ็กโฟร์ที่จะจับคู่กับ กาเบรียล มากัลเญส หรือระบบหลัง 3 ที่จะมี คีแรน เทียร์นี่ย์ เข้ามาเติม

SAGAME66

แต่หากปราการหลังบราซิเลียนพลาดช่วยทีมอีกนัด อาร์เตต้า เจอปัญหาใหญ่แน่ในเกมรับเพราะ มุสตาฟี่ ยังไว้วางใจไม่ได้ ขณะที่ ร็อบ โฮลดิ้ง, ปาโบล มารี และ คาลั่ม แชมเบอร์ส ยังอยู่ระหว่างเรียกความฟิต ขณะที่ โซคราตีส แนวรับอีกรายไม่ถูกส่งชื่อลงเล่นในพรีเมียร์ลีก

หลายคนเริ่มกังวลเล็กๆ ในแนวรุกเพราะความหวังอันดับหนึ่งอย่าง SAGAME66 ยิงประตูในลีกไม่ได้มา 5 นัดติดต่อกันแล้ว หรือนับตั้งแต่นัดเปิดสนามที่ยิงปิดท้ายบุกชนะ ฟูแล่ม 3-0

หากเป็นนักเตะคนอื่นอาจไม่ใช่เรื่องแปลกมาก แต่สำหรับ โอบาเมย็อง ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานเพราะนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมในต้นปี 2018 สถิติการทำประตูของ โอบาเมย็อง ค่อนข้างสม่ำเสมอมากทีเดียว

โอบาเมย็อง เป็นดาวซัลโวของทีมตลอด 2 ฤดูกาลหลังสุดที่ทำไปฤดูกาลละ 22 ประตู และครั้งสุดท้ายที่เท้าบอดยิงในลีกไม่ได้ 5 นัดติดต้องย้อนกลับไปสมัยค้าแข้งกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในปี 2014

โธมัส ปาร์เตย์ จะเป็นอีกคนที่ถูกจับตามองอย่างมากในบุกโรงละครแห่งความฝันเพราะความที่เป็นนักเตะระดับ “บิ๊กเนม” ลงเล่นในเกม “บิ๊กแมตช์” ปาร์เตย์ ประเดิมสนามเป็นสำรองในเกมพ่าย แมนฯ ซิตี้ 0-1 ก่อนลงเต็มเกมทั้งยูโรปา ลีก นัดบุกชนะ ราปิด เวียนนา 2-1 และเกมลีกนัดพ่ายตอ่ เลสเตอร์ 0-1 จากนั้นได้พักในเกมยูโรปา ลีก ล่าสุดกับ ดันดอล์ค

ติดตามข่าวสารได้ที่ blogsoldiers.com