UFABET ขั้นต่ำ Faces Places (3)

UFABET ขั้นต่ำ ทุกใบหน้ามีเรื่องราว และทุกสถานที่เต็มไปด้วยรายละเอียดของชีวิต พื้นที่สาธารณะก็เป็นการรับรองว่าใบหน้าของผู้คนที่อยู่ในภาพนั้น มันคือภาพขนาดใหญ่ของชาวนาที่แปะอยู่บนผนังยุ้งฉาง มองออกไปยังพื้นที่ในฟาร์มอันแสนกว้างใหญ่และเงียบเหงา และเหนี่ยวรั้งความทรงจำไม่ให้

สูญสลายไปเฉยๆ นี่คือสิ่งที่ Faces Places พาคนดูไปสัมผัสได้อย่างอบอุ่นหัวใจ สมกับที่หลายสำนักยกย่องให้เป็นหนังยอดเยี่ยมเรื่องหนึ่งของปี 2017 และได้รับรางวัล L’Œil d’or (รางวัลสารคดี) เมื่อครั้งไปฉายเปิดตัวที่เทศกาลหนังเมืองคานส์ กระทั่งกลายมาเป็นผู้เล่นสายสารคดีรายสำคัญของฤดูล่ารางวัล

ในตอนนี้ หนังเป็นผลงานการผนึกกำลังของ 2 ศิลปินที่ดูเผินๆ ไม่น่าโคจรมาพบกันได้ อย่าง อันเญส  วาร์ดา (Agnès Varda) ในวัย 88 กับ เจอาร์ (JR) ในวัย 33 สิ่งที่เชื่อมโยงพวกเขาเข้าหากันคือความหลงใหลอย่างลึกซึ้งต่อการสร้างงานภาพ สำหรับตัวแม่แห่งกระแส French New Wave อย่างวาร์ดา

คือภาพเคลื่อนไหวในภาพยนตร์ทรงอิทธิพลมากมาย เช่น Cléo from 5 to 7 (1962) หรือ Vagabond (1985) สำหรับเจอาร์ คือภาพถ่ายและงานศิลปะ โดยมีชิ้นเด่นคือ Inside Out Project ซึ่งเป็นการนำภาพถ่ายผู้คนไปติดแปะตามพื้นที่สาธารณะต่างๆ เช่น ไทม์สแควร์ในนิวยอร์กซิตี และมหาวิหารใน

นครปารีส อาจกล่าวได้ว่า Faces Places เป็นการต่อยอดโปรเจ็กต์ดังกล่าวของเจอาร์ เมื่อเขากับวาร์ดาพากันออกเดินทางไปกับรถบรรทุกคันย่อมที่ติดตั้งบูธถ่ายรูปในตัว ตระเวนไปตามเมืองเล็กเมืองน้อยในชนบทของฝรั่งเศส เฟ้นหาเรื่องราวจากผู้คนในชุมชนต่างๆ ถ่ายรูปพวกเขา แล้วปริ๊นต์ออกมาเป็น

ภาพขนาดยักษ์ติดแปะไปตามอาคารสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในพื้นที่ มันคือภาพผู้คนกัดขนมปังบาเก็ตต์ที่ถูกแปะต่อกันยาวไปตามแนวกำแพง จ้องของเขา มันคือภาพกลุ่มคนงานในโรงงานที่ถูกแปะบนกำแพง โอบเอื้อมเข้าหากันเพื่อแสดงถึงความสมัครสมานสามัคคี มันคือภาพใบหน้าของผู้คนหลากหลายช่วงวัย

UFABET ขั้นต่ำ

ที่เติมเต็มชีวิตให้กับบ้านที่ร้างไร้ผู้คน มันคือภาพใหญ่โตของผู้หญิงกางร่มในชุดวินเทจ ที่ภายหลังมีผู้คนมาถ่ายเซลฟีด้วย UFABET แทงบอล แทงบอลออนไลน์ เว็บตรงไม่ผ่านเอเยนต์ อย่างสนุกสนาน และมันคือภาพของผู้คนที่ตายจาก ภาพที่ถูกถ่ายเอาไว้ในอดีตอันห่างไกลซึ่งกลับมามีชีวิตโลดแล่นอีก

ครั้งบนกำแพงบ้านของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ ภาพถ่ายเหล่านี้ไม่เพียงทำให้ผู้พบเห็นตื่นตะลึงหรือฉงนฉงาย หากยังเชื้อเชิญให้พวกเขา (และเราคนดู) ครุ่นคิดถึงความสัมพันธ์ที่ชีวิต ความทรงจำ และสถานที่เชื่อมโยงกันผ่านภาพถ่าย เพราะการถ่ายภาพคือการฉวยคว้าเอาชั่วขณะสั้นๆ ที่ไหลผ่านมาบันทึกให้คงอยู่

ในรูปภาพ การนำภาพใบหน้าของผู้คนซึ่งมีสังขารไม่จีรัง -รวมถึงภาพของผู้ที่จากไปแล้ว- ไปแปะวางตามสถานที่ต่างๆ จึงเป็นอีกความพยายามในการเชิดชู หรือ “ร่วงหล่นไปตามซอกหลืบของกาลเวลา” ตามคำกล่าวของวาร์ดา นอกจากนี้ สิ่งที่วาร์ดากับเจอาร์ทำยังเป็นเสมือนการฉายความทรงจำ

และเรื่องราวของผู้คนให้ผนึกติดอยู่กับสถานที่ที่รายล้อมชีวิตของพวกเขา จากเดิมที่เป็นเพียงทิวทัศน์ของสิ่งปลูกสร้างเปลือยเปล่า ก็เต็มไปด้วยใบหน้าที่แสดงถึงชีวิตชีวาและการดำรงอยู่ ยืนยันว่าครั้งหนึ่งผู้คนเหล่านี้เคยพำนักอาศัยอยู่ตามที่นั้นๆ แน่นอนว่าการได้จดจ้องมองเห็นใบหน้าของตนอยู่ในสถานที่

ที่คุ้นเคยย่อมกลายมาเป็นประสบการณ์แสนประทับใจสำหรับผู้คนที่วาร์ดาและเจอาร์ได้พบเจอ เพราะมันคือการจารึกความสลักสำคัญของชีวิตคนตัวเล็กตัวน้อยลงไปบนโลก ยืนยันคุณค่าและความหมายที่พวกเขามีต่อพื้นที่ หนังจึงไม่เพียงสะท้อนสายโยงใยระหว่างศิลปะกับมนุษย์เท่านั้น แต่ยังถักทอศิลปะเข้ามา

ในชีวิตของสามัญชนที่มักถูกโลกของศิลปะละเลย และทำให้พื้นที่สาธารณะกลายมาเป็นพื้นที่ของสามัญชนคนธรรมดา หากกระบวนการสร้างภาพคือการสร้างความทรงจำ การแสดงภาพในจะถูกมองเห็นและถูกจดจำ ว่าพวกเขาจะยังคงมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของใครก็ตามที่มองเห็นภาพของพวกเขา โดยงาน

ของวาร์ดากับเจอาร์ยังสร้างความหมายใหม่ๆ ที่มากไปกว่าการสร้างความทรงจำด้วย เมื่อภาพของผู้คนปฏิสัมพันธ์กับสถานที่ที่มันถูกติดแปะ ดังเช่น ภาพดวงตาและเท้าของวาร์ดาที่ถูกแปะลงบนรถไฟ ทดแทนความปรารถนาของเธอที่ก้าวย่างไปพบเห็นสถานที่ใหม่ๆ ที่ร่างกายของเธอไปจริงๆ ไม่ไหว

หรือภาพภรรยาคนงานที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางท่าเรือขนส่งซึ่งเป็นพื้นที่ของผู้ชาย ก็ได้เชิดชูความสำคัญของผู้หญิงที่มักอยู่เบื้องหลังผู้ชายและไม่ได้รับการพูดถึงมากพอ ในช่วงตอนหนึ่งของหนัง วาร์ดานำภาพของ กีย์ บูร์แด็ง (Guy Bourdin) ที่เธอเคยถ่ายไว้ตอนเขายังมีชีวิตอยู่ มาติดบนซากปรักหักพัง

ที่ตกอยู่บนชายหาดนอร์มังดี แต่ภาพนั้นถูกติดไว้ไม่นานถูกกวาดหายไปเมื่อน้ำทะเลขึ้น การพยายามบันทึกความทรงจำของทั้งวาร์ดาและเจอาร์จึงหาได้จีรังยั่งยืน ทั้งคู่ตระหนักดีว่าวันหนึ่งภาพที่ติดแปะไว้ยังไงก็ต้องหลุดลอกออกมาเป็นธรรมดา เราจึงอาจกล่าวได้ว่าสารคดีเรื่องนี้เองก็เป็นการบันทึก