UFABET ดูบอลฟรี กล่าวว่าถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดระดับแผ่นดินพิโรธโกรธแล้วคลั่ง แมนฯ ซิตี้ น่าจะได้แชมป์ เอฟเอ คัพ ไปเสริมบารมีอีก 1 รายการในวันเสาร์นี้ เพราะทั้งศักยภาพผู้เล่นและฟอร์มการเล่นเหนือกว่าคู่ชิงฯ อย่าง วัตฟอร์ด

หลายขุมนักพลางสถาปนาตัวเองเป็น “ทริปเปิ้ลแชมป์” แห่งเมืองหลวงลูกหนังเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ ขอบอกว่าไม่เคยมีทีมใดเคยทำสำเร็จมาก่อนนะครับ ใกล้เคียงที่สุดคือ แมนฯ ยูไนเต็ด ในปี 1994 ที่พวกเขาได้ “ดับเบิ้ลแชมป์”

ฤดูกาลนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เข้าชิงฯ ลีก คัพ กับ แอสตัน วิลล่า แต่พลาดท่าพ่ายแพ้ทีมสิงห์ผยองไปด้วยสกอร์ 3-1 ก่อนจะทำดับเบิ้ลแชมป์ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกของสโมสรในอีกไม่กี่เดือนต่อมา

แม้ เอฟเอ คัพ อยู่คู่กับการพลิกล็อคมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว แถม แมนฯ ซิตี้ ยุคอาหรับมันนี่เองก็เคยถูกความคลาสสิกของฟุตบอลถ้วยรางวัลอันเก่าแก่ที่สุดในเมืองมนุษย์ใบนี้เล่นงานมาแล้วในปี 2013 เมื่อทะลึ่งแพ้ทีมที่ตกชั้นไปแล้วอย่าง วีแกน แบบไม่มีเหตุผล แต่ปีนี้มันคือข้อยกเว้นสำหรับพวกเขา

ถือเป็นฤดูกาลที่ลุด้วยอำนาจมากนะครับสำหรับทีมสีฟ้าแห่งแมนเชสเตอร์ อย่างไรก็ตาม ในความยิ่งใหญ่ระดับ “ทริปเปิ้ลแชมป์” (ในประเทศ) ของ แมนฯ ซิตี้ มันเหมือนมีตำหนิติดอยู่เป็นรอยด่างๆ เพราะเป้าหมายหลักและถ้วยรางวัลที่พวกเขาปรารถนามากที่สุดในฤดูกาลนี้ คือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

แมนฯ ซิตี้ สถาปนาตัวเองเป็นโคตรทีมไร้เทียมทาน ด้วยวิธีการเล่นที่อุดมด้วยคุณภาพ สวยงาม แต่ดุดัน แถมยังเขี้ยวยาวลากดินอีกต่างหาก ขณะที่ผู้จัดการทีมอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และนาทีนี้ในสายตาของคอลัมนิสต์ลูกหนังผู้มีอาการทางจิตเล็กน้อยอย่างผม คือผู้จัดการทีมหรือโค้ชมือวางอันดับหนึ่งของโลกและดาวอังคาร

มันจึงนำมาซึ่ง UFABET แทงบอลออนไลน์ สมัครใหม่ รับโบนัสสูงสุด 30% ของยอดฝาก ปริศนาดาราว่าทำไม แมนฯ ซิตี้ จากการทำงานของกุนซือนามอุโฆษบันลือผู้นี้ถึงยังไม่เคยสัมผัสกับตำแหน่งแชมป์ถ้วยใหญ่แห่งยุโรปแบบสมใจนึกสักที?

ก่อนหาคำตอบ ขอเรียนให้ทราบว่าสำหรับท่านผู้ชมทางบ้านอย่างผม และบางทีอาจรวมถึงอีกหลายคนด้วย ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นอกจากจะเป็นมหกรรมฟาดแข้งที่มีอัตราความสนุกสนานมากที่สุดแล้ว การคว้าแชมป์รายการนี้ยังมีอัตราความยากลำบากมากที่สุดอีกต่างหาก เนื่องจากมันคับคั่งไปด้วยพวกเสือ สิงห์ กระทิง แรด และหงส์ จนอาศัยความยอดเยี่ยมอย่างเดียวไม่พอ

เฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อจาก “ยูโรปเปี้ยน คัพ” มาเป็น “ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก” มีการเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขัน และอนุญาตให้ทีมที่ไม่ได้แชมป์ลีกอย่างเดียวเข้ามาร่วมชิงชัยได้ด้วย มีแค่ เรอัล มาดริด เพียงทีมเดียวเท่านั้นที่สามารถป้องกันแชมป์ของตัวเองได้สำเร็จ

พูดง่ายๆ ว่าทีมที่ดีที่สุด หรือเพียบพร้อมที่สุดไม่จำเป็นต้องได้แชมป์เสมอไป “จังหวะ” และ “เวลา” เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งยวด บางทีมโชว์ฟอร์มร้อนแรงแบบเกินห้ามใจในรอบแบ่งกลุ่ม แต่หลังจากจบรอบแบ่งกลุ่มในเดือนธันวาคมของทุกปี