UFABET บอลสูง กล่าวว่าไทยเปิดหัว เอเชี่ยน คัพ ด้วยการพ่าย อินเดีย 1-4 และนี่คือสิ่งที่เห็นแบบตาแทบถลนออกนอกเบ้า เริ่มที่การจัดตัวผู้เล่นก่อน เราเปลี่ยนฟูลแบ็คทั้ง 2 ข้างเป็นแบ็คจอมบุกอย่าง โด กับ อุ้ม

ตรงกลางก็มีตัวทำเกมทั้ง เจ และ แคมป์ ส่วน 3 ตัวบนจัดอยู่ในประเภทหัวหอกล้วนๆ ทั้ง ธีรศิลป์, อดิศักดิ์ และศุภชัย โดยตอนแรกเข้าใจว่า “เจ้ากอล์ฟ” จะยืนหน้าเป้าแล้วให้ “มุ้ย” ทำเกมเหมือนตอนเล่นด้วยกันที่เมืองทองฯ แต่กลับถ่างเอาหน้าเป้าแท้ๆ อย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร มาเล่นทางขวา

ดูเผินๆ เหมือนจะดีนะครับ เพราะอุดมด้วยตัวรุก แต่ในความจริง กองหน้าไม่มีทางเล่นเป็นตัวริมเส้นดีกว่าปีกจริงๆ แน่นอน ครึ่งแรก ทีมชาติไทยเล่นดีกว่าชัดเจนนะครับ ครองบอลมากกว่า บุกมากกว่า และมีโอกาสยิงมากกว่า – ทีสำคัญคือไม่ได้เล่นแบบรถบัสแล้วสวนกลับด้วยการวางยาวเหมือนที่เห็นใน อาเซี่ยน คัพ ซะด้วย

จบครึ่งแรกขอเรียนตามตรงว่าผู้ชมทางบ้านอย่างผมมองว่า อินเดีย แม่งไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวเลย สาบานได้ ทว่าครึ่งหลังกลับกลายเป็นหนังเอ็กซ์คนละม้วนซะอย่างนั้น เมื่อทีมจากแดนภารตะบีบสูงพลางเข้าหาบอลเร็วแล้วบุกกระหน่ำเราอยู่ข้างเดียว

บอลจังหวะ 2 ก็เป็นของพวกเขา จังหวะ 50-50 ก็เข้าบอลได้หนักแน่นกว่า ฟิตกว่า ผ่านบอลกันแม่นยำกว่า และหาจังหวะจบได้เฉียบคมดีนักแล สรุปกลายเป็นบอลคนละชั้นกัน…ซะง้าน จุดอ่อนของทีมชาติช้างศึกอยู่ที่เกมรับชัดเจนเลยครับ

นอกจาก UFABET เว็บแทงบอลออนไลน์ สมัครรับสูงสุด 5,000 จะไม่มีมิดฟิลด์ตัวรับคอยชะลอเกมรุกคู่ต่อสู่ คู่เซ็นเตอร์แบ็ครูปร่างสูงใหญ่ แต่เชื่องช้า แถมคู่แข่งไม่ได้บอมบ์ใส่ มิซ้ำยังมีปัญหาในการประกบตัวจนปล่อยให้ผู้เล่นอินเดียมีทั้งพื้นที่และเวลา ประตูแรกที่เสียจากจุดโทษ กองหลังพลาดนะครับที่จ่ายบอลง่ายๆ เสียแบบไม่มีเหตุผลจนเขาได้ทุ่ม ก่อนนำมาซึ่งจุดโทษ

ส่วนลูกที่ 2 ก็ปล่อยให้เขาว่าง 2 ตัว เช่นเดียวกับประตูต่อๆ มาที่ปล่อยเขาทะลุเข้ามาง่ายๆ โดยทุกอย่างดูสับสนอลหม่านกันไปหมด แล้วดูการเปลี่ยนตัวเพื่อแก้เกมของผู้เป็นโค้ชนะครับ ขอบอกว่ามันคือการแก้เกมระดับเทพที่อยู่เหนือการวิพากษ์วิจารณ์ใดๆ ทั้งสิ้น

เข้าใจครับว่า ชนาธิป เล่นไม่ออก แต่นักเตะแบบ “เมสซี่เจ” ต่อให้เล่นไม่ออกยังไงก็ต้องเก็บไว้ในสนามครับ เพราะสามารถเลี้ยงกินตัวได้ จ่ายลูกคิลเลอร์พาสส์ได้ และตะบันประตูได้ ยังไงก็ต้องเอาไว้ในสถานการณ์นั้น

เทพระดับที่ 2 ไม่ใช่แค่เอาตัวความหวังออก แต่มันคือการส่ง “ปีโป้” ลงมา ตอนแรกเข้าใจว่า สิโรจน์ คงลงมาเป็นหัวหอก อาศัยรูปร่างบึกบึนและการเล่นลูกกลางอากาศดีมากดดันใส่กองหลังคู่แข่งในตำแหน่งศูนย์หน้า

ที่ไหนได้นะครับ พี่แกลงมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับเฉยเลย กูจะบ้าตาย นี่ถ้าไม่ใช่โค้ชระดับเทพคงคิดอะไรที่ล้ำลึกแบบนี้ไม่ได้แน่นอน ผมมองว่าทีมชาติไทยชุดนี้มีขุมกำลังที่มิใช่เบานะครับ เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ 3 ดาวเตะจาก เจลีก เข้ามาเสริม