UFABET เกมไพ่ The Florida Project (8)

UFABET เกมไพ่ The Florida Project เราชอบแนวคิดของเรื่องนี้ที่ให้เรื่องเกิดเหตุการณ์ในเมืองนี้ ผ่านภาพสีลูกกวาดเหมือนนิทานเด็กตัด หรือชื่อไทย ส่วนนักแสดงก็แทบจะเป็นนักแสดงหน้าใหม่      แดนไม่เนรมิตร ที่โมโหเดือดดาลเฮลลีทุกครั้งที่จ่ายค่าเช่าห้อง เราเพิ่งไปดูมาเมื่อวาน ประทับใจ

อยากบอกต่อให้ลองไปดู นอกเรื่องเนื้อเรื่องที่สะกิดใจให้สั่นสะเทือน ว่าด้วยเรื่องปัญหาของสังคม ปัญหาความยากจน ปัญหาของกลุ่มคนที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่ดีนัก ตอนแรกที่เห็นปูเรื่องไว้ว่าตัวละครเด็กในเรื่องนี้จะทำให้คุณลืมเด็กเปรตในหนังเรื่องอื่นไปเลย เราก็เอาวะ ไปดูสักหน่อย ไปดูแบบไม่ดู

UFABET เกมไพ่

แม้กระทั่ง Trailer ด้วยซ้ำ แล้วค้นพบว่าเห้ย ดี จริงๆมีฉากประทับใจหลายฉากแต่พูดไปมันจะสปอย ว่ากันสั้นๆแบบชวนไปดูแบบไม่สปอยแล้วกัน ตัวละครทุกตัวให้เราเห็นถึงทั้งสองด้าน แบบโครตชีวิตจริง ว่าคนเราก็มีหลายด้าน มนุษย์เราก็เป็นสีเทาแบบนี้แหละ มันไม่มีใครดีหมดและเลวหมด มูนี่ น้องผู้หญิง

ตัวหลักเลย ที่เปรตมาทั้งเรื่องแต่ในฉากสุดท้ายเราอยากจะวิ่งเข้าไปกอดน้องแน่นๆ เฮลลี่ (แม่มูนี่) ผู้หญิงที่ชีวิตพังๆทั้งการงานและการใช้ชีวิต กับบทพูดที่แทบจะสบถคำหยาบทุกครั้งที่เปิดปาก กับมุมสู้ชีวิตหาค่าเงินมาจ่ายค่าห้องอาทิตย์ต่ออาทิตย์ หรือจะเป็นลุงบ้อบบี้ (ผู้จัดการโรงแรม) เลทแต่ช่วยเหลือ

เฮลลีทุกครั้งที่เฮลลีหรือมูนี่ก่อปัญหา การนำเสนอปัญหาสังคม ปัญหาครอบครัวผ่านเด็กตัวเล็กๆ กับเนื้อเรื่องที่มืดมนสะเทือนใจ บทพูดจากเด็กน้อยที่ไร้เดียงสา แต่กินใจแบบมากๆ คุ้มค่ามากๆที่จะไปดูสักครั้ง ภาพสวยมากๆ แคปฉากไหนก็ดี โลเคชั่นก็ดี หนังเรื่องนี้ว่าด้วยเรื่องของเด็กหญิง “มูนนี่” เด็กสาวที่เติบโต

ที่หอพักเล็กๆแถวๆ Walt Disney World กับแม่วัยรุ่นผู้เป็น Single Mom หนังจะพาเราไปดูชีวิตของมูนี่ ว่าอยู่ยังไง เติบโตมาในสภาพแวดล้อมแบบไหน และอะไรผลักดันให้เด็กสาวมีพฤติกรรม กระทำและคำพูดแบบนี้ หนังเล่าเรื่องทั้งหมดผ่านมุมมองของเด็กตัวเล็กๆที่น่าจะอายุไม่เกิน7ขวบ หนังมันเล่าเรื่องด้วย

ความรื่นรมย์ ปนอารมณ์ขันนิดๆ แต่เนื้อแท้จริงๆนั้นกลับแฝงไปด้วยความจริง ความจริงเกี่ยวกับชีวิต ความเป็นอยู่  UFABET เว็บแทงบอลออนไลน์ ขั้นต่ำ 10 บาท โบนัสฟรี 500 บาท สภาพสังคม ที่มันย่ำแย่ขัดกับสีสันฉูดฉาดของสภาพอาคารบ้านเมือง มันเป็นความขัดกันที่ดูลงตัวสุดๆ จนหนังมันเริ่ม

มีความจริงเข้าคืบคลานไปสู่ชีวิตของเด็ก และสุดท้ายมันก็จบด้วยใจที่แตกสลาย หนังเรื่องนี้เป็นผลงานการกำกับของ Sean Baker ผู้เป็นทั้ง ผู้กำกับ มือเขียนบท และ คนตัดต่อ ของหนังเรื่องนี้ ซึ่งเคยมีผลงานอันเป็นที่ฮือฮาในหมู่คนดูหนังจากเรื่อง Tangerine เมื่อปี 2015 เพราะว่าหนังทั้งเรื่องนั้นผู้กำกับ

ได้เลือกถ่ายทำด้วยวิธีการใช้ iPhone 5s ถ่ายทำทั้งเรื่อง ไม่เคยผ่านการแสดงมาซักคน ที่ดูพอจะมีชื่อเสียงให้ทุกคนจำได้ก็จะมีแต่ Willem Dafoe ที่เคยแสดงเป็น Green Goblin จาก Spider-Man ปี 2002 ความรู้สึกของเราที่หลังจากที่ดูหนังเรื่องนี้… ชอบผู้กำกับที่เล่าเรื่องเก่ง เขาสามารถเล่าเรื่องของ

คนธรรมดาๆคนหนึ่งให้มันดูมีสีสัน น่าสนใจ และชวนติดตาม ที่ดีคือมันทำให้เราเพลิดเพลินจน2ชั่วโมงของหนังมันผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว ชอบการเลือกใช้สีของสถานที่ สีของภาพ ที่มันขัดกับเนื้อเรื่อง เพราะทุกสถานที่ในเรื่องมันมีความสีสันสดใส ดูเป็นเมืองแห่งความสุข แต่ตัวเนื้อเรื่องจริงๆมันกลับไม่ได้สดใส

เหมือนเมืองที่พวกเข้าอาศัยอยู่ มันมีแต่ความจริงที่อยู่ในบรรยากาศสดใสเฉยๆ เพราะเมืองนี้เป็นเมืองที่ตั้งของ Walt Disney World มันเป็นโลกแห่งความฝัน มันคือเมืองแห่งความสุข เมืองแห่งเทพนิยาย แต่ภายนอกมันก็คือโลกแห่งความจริงที่มันไม่ได้สวยหรูเหมือนในนิยาย แค่เมืองนี้มันถูกปกคลุมด้วยเงาของ

Walt Disney World เฉยๆ มันเลยจำเป็นต้องมีภายนอกที่สดใสแต่ภายในจริงๆกลับเป็นอะไรที่ตรงกันข้าม อีกเรื่องที่ไม่ชมไม่ได้เลยคือการแสดงของนักแสดงหลักของเรื่องนี้ น้องมูนนี่นั้นเหมือนไม่ได้แสดงอ่ะ เหมือนน้องเกิดมาแล้วเป็นเด็กอย่างงี้เลย เราโคตรเชื่ออ่ะว่าน้องเป็นคนอย่างงี้ จนเราไปดูน้อง

รับรางวัล น้องไปออกทีวีน้องน่ารักมาก น้องพูดเก่งเหมือนในหนังเลยแค่ไม่เกรี้ยวกราดเท่าในหนังเท่านั้นเอง ฮ่าๆๆ เราว่าในอนาคตน้องต้องรุ่ง มีงานดีๆ รางวัลเพียบแน่นอน อีกนักแสดงที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ Willem Dafoe ที่มาในบทของผู้จัดการของโรมแรมนี้ ดูเป็นบทที่ไม่ต้องเล่นอารมณ์ดราม่าอะไรมากมาย

แต่เป็นบทที่ต้องเล่นเป็นคนธรรมดาปกติทั่วไป ซึ่งเราว่ามันยากนะ แต่แกก็ทำออกมาได้โคตรดี ทุกการแสดงของแกมันดีทุกครั้ง ไม่ว่าแกจะดุคน หรือตัดเตือนหนักขนาดไหน แกก็ดูเป็นคนใจดีอยู่ดี แกแสดงแบบให้เห็นชัดๆเลยว่าถึงจะดุ จะเกรี้ยวกราดแกก็แฝงมาด้วยความหวังดีทุกครั้ง เราโคตรเชื่อ และชอบแกมาก