UFABET ได้เงินชัวร์ Downsizing (3)

UFABET ได้เงินชัวร์ นี่คือผลงานเรื่องล่าสุดของอเล็กซานเดอร์ เพย์น ที่จริงมันมีอะไรที่สามารถหยิบจับและต่อยอดทำเป็นซีรีส์ (The Descendants, Sideways) บอกเล่าเรื่องราวของในอนาคตอันใกล้ และเงินจำนวนนี้จะทำให้พวกเขามีกินมีใช้ไปตลอดชีวิต กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ชาวนอร์เวย์ พวกเขาจะไม่มี

โอกาส  แทงบอลออนไลน์ UFABET เว็บพนันบอล ยูฟ่าเบท มือถือ บริการดี 24 ชม กลับคืนสู่ขนาดเดิมได้อีกเลย สามารถค้นพบวิธีการย่อส่วนขนาดตัวของมนุษย์ให้เหลือขนาดแค่เพียงห้านิ้ว เพื่อเป็นทางออกในการแก้ปัญหาประชากรล้นโลกและทรัพยากรไม่เพียงพอ หลังจากริเริ่มโครงการได้ไม่

UFABET ได้เงินชัวร์

นาน จากการค้นพบ สู่การสร้างชุมชนขนาดย่อมเพื่อให้ประชากรย่อส่วนตัวเองมากยิ่งขึ้น ผู้คนในสังคมทั่วโลกโยกย้ายจากโลกปัจจุบันไปสู่สังคมย่อส่วนมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับผู้ชายธรรมดาที่ทำงานในโรงงานผลิตเนื้อสัตว์อย่างพอล ซาฟราเน็ก (แม็ตต์ เดม่อน) และภรรยาของเขาอย่างออเดรย์ (คริสเตน

วิก) ทั้งสองตัดสินใจอยู่นานในการจะทิ้งชีวิตที่ภาระรุงรังไปด้วยหนี้สิน เพื่อเข้าไปอยู่ในชุมชนย่อส่วนเพราะข้อดีประการสำคัญในการย่อขนาดของตัวเองนั้นจะทำให้สินทรัพย์จำนวน 1 แสนดอลลาร์ ที่แทบไม่สามารถซื้ออะไรได้บนโลกใบใหญ่ แต่เมื่อแปลงสินทรัพย์มาในโลกขนาดย่อส่วนแล้วเขาจะมีเงินก้อน

ถึง 12.5 ล้านเหรียญในโลกใบเล็ก แต่ข้อแม้มีเพียงอย่างเดียวคือเมื่อพวกเขาย่อขนาดตัวแล้ว เรื่องราวเริ่มยุ่งยากเมื่อออเดรย์เกิดเปลี่ยนใจหลังจากที่พอล ย่อไซส์ตัวเองมาอยู่ในโลกย่อส่วนแล้ว พวกเขาตกลงหย่าร้างกันและแบ่งทรัพย์สิน ในโลกย่อส่วนพอลยังคงใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่มีอะไรแตกต่างไปจากเดิม

เขาย้ายมาอยู่ตัวคนเดียวในอพาร์ตเมนต์ จนกระทั่งเขาได้พบกับเพื่อนบ้านเพลย์บอยชาวเซอร์เบียของพอล ดูซาน เมอร์โควิค (คริสตอฟ วอลท์ซ) และคอนราด (อูโด เคียร์) หุ้นส่วนธุรกิจของเขา ได้บุกเข้ามาในชีวิตของพอล และแนะนำให้เขาได้รู้จักกับชีวิตที่มีแต่การปาร์ตี้สุดเพี้ยน ที่นั่นเองที่พอลได้พบกับง็อ

คลานทราน สาวผู้อพยพชาวเวียดนามที่ทุพพลภาพ (หงเชา) แม่บ้านของดูซาน ซึ่งถูกจับย่อไซส์โดยไม่เต็มใจ และถูกเนรเทศมาจากประเทศของเธอ และการได้พบมิตรภาพครั้งใหม่นี้ ทำให้พอลเริ่มได้เรียนรู้อะไรบางอย่างของคำว่า “ชีวิต” อย่างแท้จริง Downsizing คือหนังที่สเกลของเรื่องค่อนข้างใหญ่โตมาก

เพราะมันพูดถึงสังคมโลก และการทำความเข้าใจของบริบทภาพรวมของหนังนั้น ขนาดยาวได้เลยทีเดียว แต่ด้วยความเป็นภาพยนตร์ องค์ประกอบหลายอย่างจึงถูกรวบรัดตัดตอนไปหมด จนน่าเสียที่หนังเหมือนมีประเด็นให้หยิบจับมาพูดถึง กลับกลายเป็นหนังที่ทำได้แค่ แตะประเด็นอย่างละนิดอย่างละหน่อยจนให้

ใจความสำคัญของเรื่องกับการทำความเข้าใจชีวิตของตัวละคร “พอล” ไม่คมคายและน่าประทับใจเท่ากับหนังเรื่องก่อนๆ ของผู้กำกับอเล็กซานเดอร์ เพนน์แต่ในแง่ของภาพรวม หนังเรื่องนี้ก็เป็นหนังที่ดูสนุก มีประเด็นชวนขบคิดมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นการแสดงของหงเชา ก็เรียกได้ว่าขโมยซีนในทุกฉากที่เธอ

ปรากฏตัวบนจอหนัง ตลอดเวลาที่ชมภาพยนตร์เรื่องนี้ผมรู้สึกเหมือนกำลังนั่งบนรถสาธารณะที่วิ่งไปบนถนนที่ถูกตีเป็นเส้นตรงยาวไกล ทิวทัศน์รอบข้างที่ผ่านเข้ามาล้วนน่าสนใจ ผมจึงกดออดอยากให้รถจอดเพื่อลงไปสำรวจความน่าสนใจข้างต้นนั้น ทว่านอกจากรถไม่จอดแม้สักครั้ง ยังพาเรามาส่งที่หมายแบบ

ครึ่งๆ กลางๆ อีกต่างหาก การเดินทางไปพร้อมภาพยนตร์ครั้งนี้จึงจัดอยู่ในขั้นไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ หรือคิดอีกทีพูดว่าตำบอนน่าจะถูกกว่า Downsizing อันที่จริงแล้ว ประเด็นยิบย่อยที่ Downsizing นำเสนอมาควบคู่กับการย่อส่วนตัวละครนี่มันน่าสนใจเอามากๆ ไม่ว่าจะประเด็นสิ่งแวดล้อม, การเมือง, สิทธิ, การ

จ่ายภาษี, เศรษฐกิจ แม้กระทั่งลัทธิวันสิ้นโลก! ซึ่งหากสามารถปั่นรวมเข้ากันได้อย่างนวลนิ่มล่ะก็รับรองว่าอร่อยเหาะสุดๆ ไปเลย แต่ประเด็นคือนอกจากจะไม่ปั่นแล้วพวกพี่ยังหยิบทิ้งอีกต่างหาก เหมือนพูดถึงขึ้นมาลอยๆ แล้วก็ผ่านเลยไปซะอย่างนั้น Downsizing ประเด็นเรื่องจึงทั้งเบาบางและพื้นเอามากๆ เมส

เสจในเรื่องไร้ความแรงที่พอจะกระทุ้งให้เราสะดุดคิดอะไรได้ ความตื่นตาตื่นใจและเร้าอารมณ์หมดไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรก เพราะหลังจากนั้นตัวภาพยนตร์ก็ราวกับจะงงๆ ว่าต้องนำเสนออะไรกันแน่ แม้แต่ตัวของ แมต เดม่อน เองก็แบกไม่ไหว เนื่องจากตัวภาพยนตร์ไม่เอื้อซีนปล่อยพลังให้เลย ดังนั้นท้ายที่สุดก็

พากันลงคลองไปทั้งคนทั้งหนัง